จับยามสามตา

posted on 27 Oct 2008 00:15 by jaruwat-vs-nasiri

ขณะที่ผมกับทีมงานกำลังนั่งประชุมวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุมผู้ัลักลอบจำหน่ายยาเสพติดอยู่ภายในห้องปฏิบัติการของโรงพัก ได้มีกระทาชายนายหนึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจ ใ่ส่หมวกเป๋ๆ กางเกงขายาวยัดปลายกางเกงเข้าไปในรองเท้าคอมแบตหนึ่งข้าง อีกข้างปล่อยยาวรุงรัง หน้าตาดูเปรอะเปื้อน เขาคนนั้น คือ ซีเคียวริตี้ หรือ พนักงานรักษาความปลอดภัยนั่นเอง 

อย่า ๆ ๆ อย่าไปเรียกเขาว่า "ยาม" เด็ดขาด  เขาสิพิโรธโกรธเกรี้ยวเหมือนไม่ได้เคี้ยวหมากมาหลายวัน หากเราตะโกนร้องเรียก ยามๆ เขาพวกนี้จะไม่มีทางหันมามองเราเด็ดขาด กรุณาเรียกเขาว่า พนักงานรักษาความปลอดภัย เถอะครับ เขาจะได้ไม่เคือง 

ไม่รู้เป็นอะไรกัน ถึงเรียกยามไม่ได้ รึว่าพวกเขากลัวคนจะรู้อาชีพของเขาว่า พวกเขาคือ ยาม(หลับยามนอน)

"หัวหน่าๆ ผมมาแจ้งเบาะแสครับ" พร้อมทำท่าตะเบ๊ะ ห้านิ้วมืองข้างขวาเรียงชิด แล้วเอาปลายนิ้วชี้แตะไว้ที่คิ้วข้างขวา แต่ไม่ใช่ปลายคิ้วนะครับ ตรงต้นคิ้วนั่นแหละครับ ฝ่ามือขนานกับดั้งจมูก ไม่รู้ใครเป็นหัวหน้าซีเคียวริตี้พวกนี้ สอนทำท่าทำความเคารพยังมั่วเลยครับ

"เรื่องอะไรหล่ะ" ผมถาม

"การพนันครับ มันเล่นป๊อกเด้งกันครับ ตั้งสิบกว่าคน"

โอ้โฮ...ผมนึกในใจ คนเยอะขนาดนี้มันต้องเป็นบ่อนแน่ๆ  แต่ก็ยังไม่แน่ใจ เห็นบั่กยามพลเมืองดีแล้ว มันต้องเมามาแน่ๆ  

"แล้วเอ็งรู้ได้ไงวะ ว่ามันเล่นป๊อกเด้งกัน"

"ก็พ่อตาแม่ยายผมเข้าไปเล่นอยู่ครับ ถ้าเกิดหัวหน่าเข้าไปจับ ผมขอสองคนนี้คืนนะครับ"

"พ่อตาแม่ยายเอ็งเล่นเสียล่ะสิ ถึงมาแจ้ง"

"ครับ เสียไปเกือบหมี่นแล้วครับ"

นั่น! กรูว่าแล้ว ไม่งั้นมันจะมาแจ้งทำไม "เออ งั้นเอ็งพาไปเลย แล้วเอ็งมายังไงเนี่ย"

"นั่งวินมอ'ไซค์มาครับ ขอตังค์ค่ารถด้วยครับ สามสิบบาท"   งานยังไม่ทันจะได้ขอตังค์กรูซะแล้ว เอาวะ เผื่อดังจับบ่อนป๊อกเด้งได้ก็คุ้มเว้ย

นั่งอยู่ในรถกับ พณฯ ท่าน รปภ ผมกับลูกน้องก็พร้อมจะเมากับมันแล้วครับ กลิ่นงี้หึ่งออกมาเลย ถามท่าน รปภ ท่านก็บอกว่า กินเหล้าขาวมาเพียบแล้ว แล้วมันจะพากรูไปถูกมั้ยวะ พอใกล้จะถึงเป้าหมาย มันแนะนำให้ขับรถเข้าด้านหลังแล้วดับเครื่องเข้าไป เดี๋ยวพวกนักพนันจะรู้ตัว เอ่อ!! ท่าน รปภ ครับ ด้านหลังที่ท่านพาพวกกระผมมาเนี่ย มันเป็นที่รกร้างมีแต่หญ้ากว้างประมาณ 3 ไร่ได้นะครับเนี่ย

"โธ่ หัวหน้าลงทุนหน่อยดิ"  

เอาก็เอาวะ ท่าน รปภพาเราเดินเข้ารั้ว  เวรกรรมแล้ว ไอ้ฝนฟ้าที่มันตกย้ำๆ กันสามสี่วัน เนี่ย มันทำให้มีน้ำท่วมขังอยู่ประมาณครึ่งแข้ง แถมเส้นทางเข้าบ้านดังกล่าว ท่าน รปภ ก็ชี้ให้ดู ผมกะด้วยสายตาประมาณได้ว่า กว่า 300 เมตรได้

"เฮ้ย เอ็งเอาจริงเหรอวะ"  

"หัวหน่า จะเอางานก็มีความพยายามหน่อย" ดูมันเหน็บแนม แถมมันกำลังถอดรองเท้าคอมแบตคู่เกรอะของมันออก

"หมวดๆ ผมว่า ไปหน้าบ้านมันเลยดีกว่า เดี๋ยวเราจอดรถไว้ปากซอยแล้วเดินเข้าไป"  เป็นความคิดที่ดีครับ เพราะเราก็ยังไม่แน่ใจว่า บ้านหลังที่ท่าน รปภ บอกกับเราเนี่ยมันแอบเล่นการพนันจริงรึเปล่า ผมว่าถ้าลุยไปจริงๆ คงมีหลายคนที่ถอดใจเดินกลับ เพราะในขณะนั้นเวลาประมาณ 21.30 น. ทั้งหญ้าทั้งยุ่งทั้งน้ำเน่า ส้นเท้าผมคงจะพิการทางกลิ่นไปอีกหลายวัน

"ไปๆ ๆ ขึ้นรถ" ท่าน รปภ ทำหน้าเศร้าสร้อยเหมือนสิ้นหวังที่ไม่ได้พาตำรวจลุยน้ำลุยป่าเข้าจับวงไพ่ 

 เมื่อขับขี่รถอ้อมมาปากซอยได้ จึงหาที่เหมาะเหม็งจอดรถทิ้งไว้ แล้วเดินยกขบวนเข้าซอย ผมกับลูกน้องเดินผ่านไปถึงกลางซอยได้ยินเสียง

"กริ๊กๆ ๆ"  เสียงคล้ายลูกเต๋ากลายลูกกระทบกับแก้ว จึงหันไปถามท่าน รปภ "ห้องเช่านี้เหรอ"

"บ่แม่นๆ เข้าไปอีก" ท่าน รปภ ตอบอย่างมั่นใจ

แต่ผมกับลูกน้องบ่เชื่อใจท่าน รปภ แล้ว ตั้งแต่กลิ่นเหล้าคล่ะคลุ้ง แถมยังจะพาลุยน้ำ ผมกับลูกน้องจึงเข้าไปดูภายในห้องเช่า

ประตูห้องด้านหน้าปิดสนิท หน้าต่างด้านหลังปิดสนิทเช่นเดียวกัน ยืนแอบฟังเสียง แหม่เว้ย!! ลุ้นกันมันส์ดีจัง 3 แต้ม 5 แต้ม น่าจะมีประมาณ 5-6 คนได้  เสียงเชียร์กับเสียงลูกเต๋าชัดเจนจริงๆ  เอายังไงดีถ้าเคาะมันต้องเก็บอุปกรณ์แน่ๆ

ผมจึงเดินไปด้านหลังปีนผนังห้องแอบดูจากช่องลม นั่นเห็นแล้ว 1 2 3 4 5 คน นั่งล้อมวงเล่นเต๋าปั่นไป กินเบียร์ไป มีความสุขกันจัง

ผมล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วเอื้อมมือลอดช่องระหว่างหลังคากับผนัง แล้วกดชัตเตอร์  แช๊ะ!!!  เรียบร้อยหลักฐานชั้นดีอยู่ในมือข้าพเจ้า จากนั้น ไปบอกลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าประตู

ลูกน้องเหลือบไปเห็นสะพานไฟอันใหญ่อยู่ด้านหน้าห้องพอดี งั้นตัดไฟมันเลย

"พรึ่บ" ไฟดับเสียงภายในห้องเงียบฉี่  เราก็ไม่ต้องทำอะไรมากแล้วครับ รออย่างเดียว รอเขาเปิดประตูให้เราเข้าไป

ภายในห้องเริ่มมีเสียงงึมงัมๆ ทำไมไฟดับห้องเดียววะ รออยู่นานประมาณ 5 นาที เริ่มสงสัยทำไมมันไม่เปิดประตูสักทีวะ จนกระทั่งลูกน้องที่เฝ้าอยู่ที่หน้าต่างด้านหลัง ตะโกนเรียก "หมวดๆ มานี่ๆ"  

อ๋อ มันจะหนีออกข้างหลัง เสียใจใสเจีย ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว แต่ละคนหน้าจ๋อยสนิท ในระหว่างที่กำลังดำเนินการตรวจค้นจับกุมอยู่นั่น บั่ก รปภ ก็เดินมาเร่ง "เสร็จยังหัวหน่า เดี๋ยวข้างในมันหนี"

ใช้เวลาอยู่พอสมควรหล่ะครับ ว่าแต่ว่า บั่ก รปภ เริ่มหายเงียบไป ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรกับมันมากแล้ว ความน่าเชื่อถือของมันสูญหายไปไกลแล้วฮะ

หลังจากรวบรวมของกลางได้พร้อมนักพนันเสร็จเรียบร้อยจึงควบคุมตัวออกจากห้องดังกล่าว เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ริมกำแพงซึ่งตรงนั้นมันมีรถเข็นจอดอยู่หนึ่งคัน

"โอ่ยยยย....หัวหน่า ซอยข่อยแน๊" เสียงบั่ก รปภ ดังออกมาจากบริเวณดังกล่าว ผมจึงเดินเข้าไปดู

"เฮ้ย...มึงบ้าป่าวเนี่ย"  บั่ก รปภ มันเอากุญแจมือของมันเองคล้องล็อคข้อมือมันสองข้างพันธนาการไว้กับรถเข็น  มันทำหน้าแอ็บแบ๋วใส่ผม "ไขกุญแจให้ผมหน่อยดิ"   โอ๊ยยยย...กรูคิดในใจมึงใส่ได้มึงก็ต้องไขได้หล่ะวะ คนบ้าไรใส่กุญแจมือตัวเอง พวกนักพนันที่เดินออกมาพบเห็นก็หัวเราะกันคิกคัก "สมน้ำหน้ามึง" นั่นมีเสียงซ้ำเติมออกมาจากปากนักพนัน "ลูกพี่ ไม่ต้องไปสนใจมัน ไอ้ยามเนี่ยมันเมาแล้วบ้า เมื่อเย็นมันก็มาทะเลาะกับผมไปรอบนึงแล้ว" นักพนันคนหนึ่งบอกกับลูกน้องผม ผมถามนักพนัน "แล้วไอ้ข้างในซอยเนียมีคนแอบเล่นป๊อกเด้งมั้ย" 

"ไม่มีหรอกลูกพี่ ไอ้ยามมันไปแจ้งใช่มั้ยหล่ะ อย่าไปเชื่อมัน มันบ้า!!!" 

ผมกับลูกน้องจึงเลิกสนใจท่าน รปภ นั้น แล้วเดินหนีกลับเพื่อที่จะขึ้นรถ  พอเดินมาถึงรถ กำลังต้อนเอานักพนันขึ้นรถ ปรากฎว่า ท่าน รปภ เดินใส่กุญแจมือมาหาผมอีกครั้ง ราวกับมันเป็นเดวิด คอปเปอร์ฟิล มันถอดกุญแจมือที่คล้องอยู่กับรถเข็น ปลดพันธนาการของมันออกมาได้ แล้วบอกกับผมว่า

"จับผมไปด้วยเถอะหัวหน่า"

 

เชียสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส 

 

Comment

Comment:

Tweet

แต่สุดท้าย ท่านหัวหน่า ก็ขับพนันได้นี่

#1 By (58.9.91.214) on 2008-10-28 17:59